::Girl with a pearl earring::

posted on 09 Apr 2008 21:47 by butterflyheart in Book

::Girl with a pearl earring::
::หญิงสาว..กับต่างหูมุก::

 

        ทุกคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า " คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ " ประโยคชินหูนี้ถูกใช้บ่อยเมื่อเราต้องการการปลอบประโลมใจ กับความเลื่อมล้ำ ต่ำสูง ที่เรามักพบเจอในสังคมทั่วๆไป การแบ่งชนชั้นวรรณะ เป็นสิ่งที่มีมานานและมีกันทั่วโลก เราทุกคนมักต้องพบเจอกับมันอยู่เสมอในหลายๆสังคม แม้แต่ในยุคนี้ ยุคที่ความเสมอภาคของมวลชน และการเท่าเทียมกันของมนุษย์กลายเป็นเรื่องที่ถูกยอมรับในวงกว้างมากขึ้น แต่ลึกๆแล้วในสังคม ฉันเชื่อว่าการแบ่งแยกชนชั้นยังคงดำรงอยู่ เพียงแต่มันลดน้อยลงและมันถูกแทนที่ด้วยคำว่า " เอกสิทธิ์ของเอกบุคคล " แทนก็เท่านั้นเอง..........

       วรรณกรรมแปลเรื่อง " หญิงสาวกับต่างหูมุก " ที่ฉันหยิบขึ้นมาอ่านนี้ เป็นหนังสือเก่าที่มีอยู่ในตู้หนังสือมานานมากแล้ว การจัดตู้หนังสือใหม่ ทำให้ฉันมองเห็นมันอีกครั้ง และทำให้เกิดอาการอยากละเมียดกับเรื่องราวความรักอีกแง่มุมหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ฉันจึงเลือกที่จะหยิบมันมาอ่าน ในค่ำคืนที่ครอบครัวฉันกำลังติดกันงอมแงมกับละครทีวี ที่นำเสนอฉายในช่องหลายสี เรื่อง " นางทาส " ฉันนอนอ่านไป พร้อมกับหูก็สดับรับฟังเสียงแว่วๆของเรื่องราวในละครไปด้วย มันเพิ่มอรรถรสให้กับการอ่านอย่างประหลาดค่ะ..ขอ...บอก..........

       เรื่องราวว่าด้วยชีวิตของ ครีท สาวน้อยชาวดัชท์วัย 16 ปีที่พ่อของเธอเป็นช่างวาดลวดลายบนกระเบื้องและแม่เป็นแม่บ้าน การประสบอุบัติเหตุจากการระเบิดของเตาเผากระเบื้อง ทำให้พ่อของเธอต้องสูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไป และงานอาชีพช่างวาดลายบนกระเบื้องก็ต้องยุติลง ครีทจึงต้องออกไปทำงานเป็นสาวใช้ให้กับบ้านผู้มีฐานะ เพื่อแลกกับเงินค่าจ้างมาใช้จ่ายจุนเจือครอบครัว เธอได้งานเป็นสาวใช้ในบ้านของยอดศิลปินวาดภาพชาวดัซต์ ผู้มีผลงานโดดเด่นมากคนหนึ่งในยุคนั้น เขาคือ " โยฮันส์ เฟอร์เมียร์ " ศิลปินชาวดัชท์ผู้นี้มีภรรยาและลูกอีก 5 คนซึ่งทั้งหมดรวมทั้งแม่ยายและสาวใช้อีก 1 คนอาศัยรวมอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ภาระหน้าที่ในการหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวตกเป็นของเค้า และรายได้ทั้งหมดก็มาจากการขายภาพวาดของตนเอง รวมถึงการเป็นนายหน้าซื้อขายแลกเปลี่ยนภาพวาดของศิลปินคนอื่นๆในเมืองนี้ด้วย ตัวเฟอร์เมียร์เองนั้นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการทำงานวาดภาพทีเค้ารับการว่าจ้างมา เวลาของเค้าในแต่ละวันถูกใช้หมดไปในห้องทำงานคนเดียว..........

        และเมื่อวันหนึ่ง..วันที่ภรรยาของเค้าท้องแก่มากขึ้นและสาวใช้คนเก่าที่มีอยู่คนเดียวรับภาระในงานบ้านทั้งหมดไม่ไหว เค้าจึงหาคนรับใช้ใหม่มาเพิ่ม เพื่อบรรเทางานบ้านจากภรรยาและมารับหน้าที่ทำความสะอาดห้องทำงานอันเป็นสถานที่สำคัญในการผลิตงานของเค้า และด้วยความที่ ครีท มีพ่อตาบอด ทำให้เธอได้รับการฝึกที่จะจัดการงานบ้านและทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆโดยที่สิ่งของทุกอย่างต้องถูกวางกลับในตำแหน่งเดิม เพื่อให้พ่อของเธอสะดวกในการหยิบใช้ และศิลปินที่ยิ่งใหญ่คนนี้ก็ต้องการคนที่มีคุณสมบัติเช่นเธอเพื่อไปเป็นลูกมือและช่วยทำความสะอาดสตูดิโอทำงานของเค้า นั่นเป็นเหตุแห่งเรื่องราวที่ทำให้ทั้งคู่โคจรมาพบกัน.........

       เมื่อได้รับใช้ อยู่ไกล้ชิดกับบุคคลที่มีพรสวรรค์อันลือเลื่อง และเป็นชายสูงศักดิ์ผู้เปี่ยมเสน่ห์ มิแปลกเลยที่ ครีท จะอดหวั่นไหวไปกับความรู้สึกชื่นชมที่จะเกิดขึ้นในหัวใจมิได้ ความเมตตาและแววตาอ่อนโยนเพียงเล็กน้อยที่เฟอร์เมียร์หยิบยื่นให้ จึงเป็นราวกับแหล่งโอเอซีสในทะเลทรายแห่งชีวิตอันตรากตรำของเธอ และเมื่อวันหนึ่ง เค้าขอให้เธอมาเป็นนางแบบในการวาดภาพของเค้า การได้ใช้คืนวันร่วมกันกับฮีโร่ในดวงใจ ย่อมนำมาซึ่งความรู้สึกวาบหวามและอบอุ่นหัวใจ หากแต่ในความหวามไหวนั้น ก็มิได้รอดพ้นสายตาของผู้เกี่ยวข้องรอบๆกายเค้าและเธอไปได้เลย บุคคลเหล่านั้นต่างคอยจ้องจับตาดูคนทั้งคู่ เพราะพวกเค้าเชื่อกันว่า ความสัมพันธ์อันไม่สมควรจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ หากมีการได้ไกล้ชิดกันของเจ้านายเจ้าเสน่ห์ และชาวใช้วัยอ่อน ที่มีความงดงามตามวัยแบบหญิงสาวทั่วๆไป และยากจน หากแต่พวกเค้าคิดผิด............

        แม้ ครีท จะรู้สึกหวั่นไหว ไปกับเค้าและความรู้สึกในใจตน หากแต่คุณสมบัติอีกข้อที่ครีทมี ก็คือการรู้จักประมาณตนและความจงรักภักดิ์ดีต่อเจ้านาย  ( และเหมือนกับว่า คนชนชั้นล่างหลายๆเชื้อชาติต่างก็มีคุณสมบัติข้อนี้ นี่ฉันเทียบกับเสียงแว่วๆจากทีวี ของแม่เย็นในนางทาส ที่ตอนนี้หล่อนต้องจำใจสละลูกในใส้ ให้เป็นลูกคุณหญิงแย้มซะแล้ว เหตุผลก็เพื่อให้คุณหญิงและท่านเจ้าคุณผู้มีบุญคุญต่อครอบครัวเธอได้สบายใจ..เฮ้อ... ) แม้ดูเหมือนเค้าจะมีใจต่อเธอไม่น้อย แต่เธอก็เลือกที่จะจากเค้ามา และยอมออกมาเป็นภรรยาของลูกชายเจ้าของแผงขายเนื้อในตลาดสดที่หลงรักเธออยู่ เพราะเธอถือว่าเค้าเป็นคนในระดับที่เธอพอจะเอื้อมถึง แม้ลึกๆเธอออกจะไม่ชอบใจต่อความสกปรกและกลิ่นคาวเลือดในอาชีพที่ครอบครัวเค้าทำอยู่ก็ตาม หากแต่เมื่อทำเป็นลืมๆและมองผ่านมันไปบ้าง การร่วมชีวิตกับคนแบบนี้ต่างหาก ที่เธอจะสามารถดำรงค์ความเป็นตัวเองอยู่ได้และมีชีวิตที่มีความสุขอันเป็นความจริง มิใช่เพียงความฝันเหมือนที่มันเกิดขึ้นกับเจ้านายของเธอ..........

       ในหนังสือมิได้กล่าวถึงความรู้สึกของฝ่ายชายมากนั้น นั่นอาจเป็นเพราะนี่เป็นนวนิยายที่แต่งขึ้นใหม่ หลังจากที่ศิลปินชาวดัชท์ผู้นี้ได้สิ้นอายุขัยไปนานแล้ว ซึ่ง เทรซี เซวาเลียร์ ผู้แต่งวรรณกรรมเรื่องนี้ได้แรงบรรดาลใจมาจาก การได้เห็นภาพวาด Portrait ใบหน้าของหญิงสาวที่เห็นเสี้ยวหน้าเพียงด้านเดียวกับตุ้มหูมุกอันโดดเด่น โดยภาพมีชื่อว่า " Girl with a pearl earring " ชื่อเดียวกับวรรณกรรมเรื่องนี้และภาพนี้ก็กลายเป็นภาพวาดชิ้นที่มีชื่อเสียงหนึ่งในหลายๆชิ้นของเค้าที่ผู้คนกล่าวขวัญถึงกันมาก...........

       หากชีวิตจริงของมนุษย์ คือละคร...บทบาทของตัวละครที่คนทั้งสองรับบทอยู่ ( ครีท และ แม่เย็น ) คือคนรับใช้ หรือ ทาสนั้น อาจให้ความรู้สึกต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหลือเกินกับสายตาที่คนในสังคมมองเห็น หากแต่พฤติกรรมที่ทั้งสองตัวละครแสดงออกไป กลับกลายเป็นความจงรักษ์ภักดี ความมีศักดิ์ศรี และ ความรู้จักหัวใจตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มิได้จะซื้อหามาได้ด้วยเงินทอง หรือความสูงของ"ระดับ"ที่สังคมใช้วัดมนุษย์ด้วยกัน หากมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยการสั่งสอน อบรม การเพาะบ่มจิตใจด้วยความดีงาม ของคนที่มีความเป็นคนเต็มเปี่ยม และมีหัวใจที่สะอาดพอเท่านั้น...........

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบวรรคสุดท้ายมากเลยคะ
ลึกซึ้งมากกก

#5 By จุงโก๊ะ (124.120.184.158) on 2009-08-16 22:42

ที่จริงการตัดสินใจหลายอย่างในชีวิตคนเรา
ก็คือ การคิดเอาเอง

#4 By กระเบื้องว่าว (202.91.19.206) on 2008-05-01 04:31

สุขสันต์วันสงกรานต์ค๊า
สาดน้ำก่อน ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ขอให้เย็นกาย สบายใจนะคะ ดอกมะลิ

#3 By moodee on 2008-04-14 12:23

หนังสือเล่มนี้ฉันก็ชอบ อ่านแล้วมันอึดอัด บีบหัวใจชอบกล
ประเด็นของผู้หญิงในภาพวาด ฉันเคยคิดไว้ประโยคนึง กะว่าจะเอาไปใส่ในเรื่องที่กำลังเขียนอยู่ค่ะ big smile

#2 By นกไร้ขา on 2008-04-09 23:44

ความเลื่อมล้ำทางสังคมกับความรักทุกวันนี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่
อย่าว่าแต่นางเย็นทีวีเลย ความรักของคนสองคน จริงๆ แล้ว
กลับมีเบื้องหลัง ภูมิหลังของฝ่ายเธอ ฝ่ายฉันมาบวกเข้าด้วย
ในเมื่อวันที่ความรักเกิดขึ้นแล้วนั่น ออกจะแปลกๆ กับเรื่อง
แบบนี้นะคะ ทำไมแค่คนสองคนรักกัน แค่นั้นไม่พอหรอกรึ!?

#1 By moodee on 2008-04-09 23:06