::Me & My mom::

posted on 22 Mar 2008 00:01 by butterflyheart in Minds

 

 

::Me & My mom::
:: ดูนางนะ..ให้ดูแม่นะจ๊ะ::

       หลังจากเราสองแม่ลูกไปถึงโรงพยาบาลในวันนั้น..ช่วงสายๆคุณหมอก็เข้ามาคุยกับแม่เรื่องอาการเจ็บป่วยของยาย..ฉันเห็นแม่ฟังคุณหมอพูดอย่างตั้งใจอยู่นาน..พร้อมกับพยักหน้ารับรู้และหันไปมองยายด้วยสายตารักใคร่อยู่บ่อยๆ..แม้จะนั่งมองอยู่ห่างๆ (อย่างห่วงๆ..อิ..อิ..)แต่..ภาพที่ฉันเห็นตรงหน้า ก็ทำให้ฉันอดนึกในใจไม่ได้ว่า..แม่ดูรักยายมากจริงๆ และแม่ก็กล้าแสดงความรักออกมาอย่างบริสุทธิ์ ตรงไปตรงมา..ซึ่งต่างกันกับพวกเราลูกๆของแม่ ที่บ่อยครั้งอยากจะแสดงความรักกับแม่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครเคยกล้าทำเลย.....
       ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะตอนที่พวกเราเด็กๆแม่กับพ่อเพิ่งย้ายมากรุงเทพใหม่ๆ ฐานะของครอบครัวเราที่ค่อนข้างขัดสนในตอนนั้น..ทำให้แม่ต้องเลี้ยงดูพวกเราอย่างเข้มงวด กวดขัน..โดยเฉพาะกับลูกผู้หญิงทั้งสองคนอย่างฉันและพี่สาว..ที่มักจะโดนแม่ฝึกระเบียบและวินัยอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่เด็กๆ..ฉันยังจำได้ดีในวันที่พวกเราต้องช่วยกันพับผ้าห่มและดึงผ้าปูที่นอนให้ตึงทุกครั้งหลังจากตื่นนอนขึ้นจากเตียง..หรือการที่พี่ชายคนโตของฉันมักถูกเพื่อนล้อจนหน้าแดงบ่อยๆเรื่องที่แขนเสื้อนักเรียนของเค้าที่มักจะมีรอยเตารีดมากกว่า1กลีบ...แม่บอกพวกเราอยู่เสมอว่าแม่อยากให้พวกเราทุกคนมีชีวิตที่ดี และประสบความสำเร็จในชีวิตเมื่อโตขึ้น ไม่อยากให้ต้องมาลำบากเหมือนพ่อกับแม่ แม่จึงต้องสั่งสอนพวกเราให้รู้จักมีวินัยในชีวิตให้มากๆและต้องอดทนต่อความลำบากให้ดีที่สุด.........

        ยอมรับตามตรงว่าตอนเด็กๆฉันไม่เข้าใจคำพูดเหล่านี้ของแม่นัก และในฐานะลูกสาวคนเล็กของบ้าน ฉันจึงมักเป็นลูกคนหนึ่งที่ดื้อแพ่ง และต่อต้านการสั่งสอนของแม่อยู่บ่อยครั้ง..ไม่ว่าจะเรื่องการแอบหนีเรียนไปเดินห้างในตอนสมัยมัธยม การแอบเอาเสื้อผ้าไปจ้างคนอื่นซัก-รีดโดยไม่ยอมทำเอง หรือแม้แต่การแอบหนีไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆในสมัยอยู่มหาวิทยาลัย (แล้วบอกแม่ว่าไปทำกิจกรรมอาสากับทางมหาวิทยาลัย)..เรื่องต่างๆที่ทำแม้ดูว่ามันจะไม่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นในชีวิตฉันได้ในตอนนั้น แต่เมื่อวันที่แม่จับโกหกฉันได้ และรู้ความจริงทั้งหมด แม่ร้องให้ให้ฉันได้เห็น และบอกฉันว่าแม่นั้นรักและห่วงฉันมากเพียงใด มากกว่าพี่ๆทั้งสองคนด้วยซ้ำ นั่นเพราะแม่รู้นิสัยของฉันดี..แม่มักชมว่าฉันเป็นคนมุ่งมั่นมากเกินไป เวลาทำอะไรก็มักจะทุ่มสุดตัวและคาดหวังความสำเร็จโดยไม่เคยเผื่อใจให้กับความผิดหวังเลย..( เอ๋..นี่มันคำชมหรือเปล่าเนี๊ยะ) แม่ห่วงกลัวว่าฉันจะล้มเหลวกับชีวิต หากวันหนึ่งฉันต้องผิดหวังกับอะไรซักอย่างขึ้นมา....และนับจากวันนั้น..ฉันก็พยายามไม่ดื้อกับแม่อีกและไม่เคยโกหกแม่อีกเลย..จนเมื่อเติบโตขึ้นฉันจึงได้เข้าใจว่า..สิ่งที่แม่เข้มงวดกับพวกเราในวัยเด็กนั้น มีประโยชน์กับชีวิตเรามากมายแค่ใหน เมื่อต้องเข้าไปอยู่ร่วมกับคนหมู่มากในสังคมของการทำงาน..ทุกวันนี้เมื่อฉันประสบความสำเร็จ  หรือมีใครมาชมว่าฉันเก่งอย่างไร ฉันมักจะบอกพวกเค้าว่าเพราะแม่ฉันเก่ง แม่สอนฉันมาดี ฉันก็เลยเก่งและดีอย่างที่เห็นนี่แหละ ( ฮ่า..ฮ้า..โม้ซะหน่อย..)........

       และเมื่อตอนขากลับมาบ้านในเย็นวันนั้น แม่ก็แจ้งข่าวว่า คุณหมอบอกให้ยายกลับบ้านได้แล้ว ยายไม่ได้เป็นอะไรมาก นอกจากโรคทั่วๆไปของคนชรา หมอจัดยาบำรุงให้ยายมากินและกลับไปพักที่บ้านต่อได้เลย..พรุ่งนี้เราจึงตั้งใจจะไปรับยาย กลับบ้านพร้อมกัน...
      " แม่.." ฉันเรียกแม่ขึ้นมา อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย 
      " อื่อ..อะไร " แม่ตอบรับ
      " อุ้ย หายแล้วเราจะกลับกรุงเทพกันวันใหนดีล่ะ "
      " แม่อยากอยู่ดูแล อุ้ยที่บ้านอีกซักวันสองวันค่อยกลับ แกมีอะไรต้องรีบกลับกรุงเทพหรือเปล่าล่ะ "
      " เปล่า..ไม่มีจ๊ะว่างอยู่ งั้นเรากลับกันวันเสาร์หน้าไปเลยดีกว่าเน๊อะ "
      " แม่....."
      " อื่อ...อะไร " แม่ตอบ พร้อมกับเอนเบาะนอนลงไปเพื่อพักผ่อน
      " แม่รักอุ้ยมากป่ะ.."
      " ถามได้..ก็รักมากซิ..แม่ทั้งคนนะ " แม่ตอบ
      " แล้วแม่รักหนูป่ะ " ฉันลองกระลิ้มกระเหลี่ยถาม
      " ฮึ!..เบื่อเด็กดื้อ " แม่ตอบทันควัน
      " โธ่..แม่ง่ะ " ฉันแกล้งทำกระฟัดกระเฟียด แต่แอบเห็นแม่อมยิ้ม..
      " แม่...."
      " อะไร้..เรียกอยู่ได้ " แม่ทำเสียงรำคาญ และนอนหันหลังให้ฉัน
      " แต่หนูรักแม่มากนะ..มากพอๆกับที่แม่รักยายนั่นแหละ.."
      " ฮื่อ.. " แม่ตอบรับเพียงเท่านั้น และทำท่าหลับไป....
        ส่วนฉัน...พูดแล้วก็เขินๆ จั๊กจี้ปากไงก็ไม่รู้แฮะ...ฉันเลยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ..กลับบ้านนอนดีกว่า.....ฮิ..ฮิ...

 

Comment

Comment:

Tweet