::Truth of Lanna#2::

posted on 20 Mar 2008 20:59 by butterflyheart in Travel

 

 

::Lanna~truth of Lanna#2::

:: ล้านนามุมใหม่..ตอน..แอ่ววัด::

บรรยากาศยามเช้า ที่แสนสดชื่น 

       6.33 นาฬิกา..ปลายเดือนกุมภาพันธ์..ที่ยังหนาวเย็น.....
       ฉันตื่น ลืมตาขึ้นมาพบโลกอีกครั้ง..ด้วยความกระปรี้กระเปร่าทั้งกายและใจ..วันนี้อากาศดีเหลือเกิน..หมอกอ่อนๆตอนเช้า ลอยอ้อยอิ่ง ล้อเล่นอยู่กับแสงแรกแห่งดวงอาทิตย์..เดินไปดูห้องแม่ยังคงเงียบเชียบแม่คงยังไม่ตื่น..ไม่เป็นไรปล่อยให้นอนพักผ่อนต่อไปดีกว่า..ฉันล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกไปเดินเล่น ยืดเส้นยืดสาย หยอกล้อกับหมอกงามที่เจอได้ไม่บ่อยนักในกรุงเทพดีกว่า..
      ฉันเดินย้อนลึกเข้าไปตามทางเดิน ที่ทะลุเข้าไปในสวนของข้างบ้านได้..บ้านแถวๆนี้มักไม่ต้องกั้นรั้วเพราะอยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง และรู้จักมักจี่กันแทบทุกหลังคาเรือน..ครัวของหลายๆบ้านเริ่มก่อไฟเพื่อหุงหาข้าวปลา-อาหาร กลิ่นหอมหวานของข้าวที่เพิ่งสุกใหม่ๆลอยกระทบโสตจมูก เรียกปฏิกริยาจากน้ำย่อยของฉันได้ดีนัก..ฉันเดินห่างออกมาเรื่อยๆ ไกลพอได้เหงื่อก็มองหาร้านของกินเพื่อหาอะไรใส่ท้องน้อยๆ(จริงง่ะ) ของตนเอง..เห็นแว้ว..ว..นั่นไง..ป้ายเขียนไว้ว่าร้านปาท่องโก๋เสวย...นี่ละ..ที่เราต้องการ..ข้างๆร้านปาท่องโก๋มีร้านอาหารเล็กๆขายข้าวซอยกับก๋วยเตี๋ยวอยู่ด้วย..เล็งไว้ก่อนล่ะกัน เดี๋ยวค่อยชวนแม่ออกมากินดีกว่า..
ขากลับฉันเดินย้อนกลับทางด้านหน้าหมู่บ้าน..เพื่อเดินดูเส้นทางที่แตกต่างออกไป..(จริงๆกะหาร้านอาหาร..ไว้รอท่ามื้อเช้าต่างหากล่ะ..ฮิ..ฮิ..) แม่ตื่นแล้วและกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับน้าที่โทรมาจากโรงพยาบาล..ฉันเอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้วจึงชงกาแฟมานั่งกินกับปาท่องโก๋ที่หิ้วกลับมา......

      " อ้อ..แม่ เมื่อคืนหนูออกไปเดินเล่นตรงแถวๆกลางเวียงเจอวัดหนึ่ง มีโบสถ์เป็นไม้ล่ะแม่..อยากเข้าไปดูจังเลย "
     " อ่อ..วัดปันเต๋าล่ะก่ะ..แวะไปไหว้พระซักน๋อยกะดีเหมือนกั๋นล่ะ อยู่ไกล้ๆบ้านเฮานี่บ่ดาย " แม่เริ่มออก Soundtrack เป็นภาษาเหนือ สงสัยจะติดพันมาจากการคุยกับน้าฉันเมื่อกี้..
     " เจ้า..(ฉันแอบล้อเลียน)..แม่..หนูซื้อน้ำเต้าหู้มาฝาก..กินก่อนนะเดี๋ยวออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันอีกที.."

วิหารไม้ในวัดพันเตา
     

        ฉันกับแม่ออกมาแวะที่จุดมุ่งหมายแรก..ซึ่งก็คือ"วัดพันเตา" (หรือวัดปันเต๋า ตามภาษาของคนที่นี่ ) วัดนี้มีวิหารไม้ที่งดงามมาก เมื่อวานฉันเห็นแว็บๆตอนมาเดินเล่นนึกว่าเป็นโบสถ์ไม้ที่แท้เป็นวิหาร ( แฮ่..แฮ่..) แต่วันนี้เมื่อมาดูตอนกลางวัน..มันเยี่ยมกว่าที่คิดไว้มากนักความงดงามอ่อนช้อยของลวดลายตามหน้าบัน บวกเข้ากับสีน้ำตาลเข้มๆของไม้เนื้อแข็งที่เอามาทำบานประตูและหน้าต่างของวิหารแห่งนี้ สะกดให้ฉันยืนมองอย่างประทับใจและจดจำ.......

หน้าบานหน้าต่าง ของวิหารไม้

       เมื่อไหว้พระและถวายอาหารใส่บาตรกันเรียบร้อยแล้ว วัดต่อมาที่เราไปแวะกันก็คือวัด "พระสิงห์ วรมหาวิหาร" ซึ่งวัดนี้ก็สวยงามและมีชื่อเสียงมากในจังหวัดเขียงใหม่ เพราะมีพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้าน คู่เมืองประดิฐษ์ฐานอยู่ที่นี่ด้วย (ทั้งสองวัด ดูรายละเอียดตามลิงค์เลยนะค่ะ ดิฉันเองก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับวัดเท่าไหร่นักล่ะค่ะ กลัวให้ข้อมูลผิดนะค่ะ ) วัดนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกรุ๊ปทัวร์มาก วันนั้นฉันเห็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่ผลัดกันวนเวียนถ่ายรูปกับโบสถ์และรูปสิงห์โตคู่วัดอยู่เป็นนานสองนาน และมีรถบัสสำหรับรับนักท่องเที่ยวคันใหญ่ๆจอดอยู่สอง-สามคันภายในบริเวณวัด ซึ่งแทบจะกลบบรรยากาศความสวยงามของวัดไปจนหมดสิ้น( แค่2-3 คันนี้ก็เต็มพื้นที่วัดแล้วค่ะ ) ฉันรู้สึกอึดอัดขัดใจมาก กับการบริการนักท่องเที่ยวต่างเมืองแบบนี้ ทำไมเค้าไม่คิดพาเดินเข้าวัดกันบ้างนะค่ะ อีกหน่อยมิต้องอุ้มกันเดินชมวัดเลยหรือค่ะ-_-"

วัดพระสิงวรมหาวิหาร

         การจอดรถแบบนี้พอมานึกดูอีกที มันก็สามารถบ่งบอกพื้นที่ในจิตใจคนจอดได้เป็นอย่างดีนะค่ะ พูดแล้วก็ให้นึกถึงเวลาที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เกมการแย่งที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า เป็นอีกเกมที่ฉันชอบมาก เพราะว่ามันต้องใช้ทักษะในชีวิตหลายต่อหลายอย่างเข้ามาช่วย ทั้งการมองหาที่จอดรถที่ดีและสะดวก (ใช้สายตา) การยึกยักและจับจองปกป้องที่ที่เราหมายตา ไม่ให้คันที่ขับตามเรามาแย่งชิงไปได้ (อันนี้ต้องใช้สมองและลูกเล่นแพรวพราว) หรือการพยายามสาวพวงมาลัย ให้รถเข้าที่จอดให้ได้ภายในเวลา 3 นาที เพื่อไม่ให้คันหลังที่ผิดหวังกับที่จอด ที่เราเห็นก่อนและแอบด่าแม่เราในใจว่า " ขับรถไม่ได้เรื่องเข้าจอดแค่เนี๊ยะน้าน นาน โง่จริงๆเลย " (ข้อนี้ต้องใช้ สายตา,กล้ามเนื้อ,แขน,ข้อมือ และประสบการณ์ชีวิตอย่างสูง อย่าแสดงอาการว่า มันจอดยาก หลุดออกมาเป็นอันขาด) คิดดูแล้วชีวิตคนเรานี่ช่างใช้อยากจริงๆนะค่ะ นี่แค่การจอดรถในห้างนะนี่ ยังขนาดนี้เลย คิดแล้วก็ให้ปลงชีวิตจริงๆเลยค่ะ
       อ้าว!นี่ว่าจะเล่าเรื่องวัด ทำไมกลายเป็นเรื่องที่จอดรถไปได้ล่ะค่ะ..งงตัวเองจริงๆ……

วัดพระสิงห์ฯอีกมุม ( มุมยอดฮิตค่ะ^_* )

 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ผิดหวังเลยเข้ามาบ้านนี้ อิ่มใจกับภาพดีจัง

อืมการจอดรถในกรุงเทพฯ จอดยากมากๆๆ แต่ต้องงทำเป็นฉลาด ชั้นขับคล่องเฟร้ยไม่งั้นสายตาด่าจากคนรอมาถึงเราแน่big smile

#1 By kirmkan (202.129.59.146) on 2008-03-21 21:21