::North of Thailand~Land of smile::
posted on 09 Mar 2008 14:22 by butterflyheart in Travel
::North of Thailand~Land of smile::
::ภาคเหนือของไทย..ไปเมื่อไหร่ก็ยิ้ม::
ห่างหายจากเพื่อนๆใน Exteen ไปหลายวันด้วยภาระกิจจำเป็น...คิดถึงจังค่ะ!...และด้วยกิจธุระนี้ฉันจึงได้ไปเหนือมาค่ะ..ไปกึ่งทำธุระ-กึ่งท่องเที่ยวอาทิตย์หนี่ง..กลับมาพร้อมด้วยเรื่องราวประทับใจมากมาย..อยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง..แต่คิดว่าเล่าเฉยๆคงไม่สนุกเท่าไหร่..งั้นขอเล่าเป็นเรื่องสั้นละกันนะค่ะ..เรื่องมันก็มีอยู่ว่า...............
สังขาร และการเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของมนุษย์..ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ตัวและหัวใจ..แต่จะมีซักกี่คนที่จะสามารถทำใจให้ยอมรับกับการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นอย่างสบายใจ อย่างน้อยเมื่อยังไม่ล้มหาย-ตายจาก ก็ต้องดิ้นรนรักษาตัวกันไปให้บรรเทาเบาบางลงบ้างก็ยังดี..และครอบครัวของฉันก็เช่นกันที่ไม่สามารถหนีพ้นจากกฏเกณฑ์ข้อนี้ไปได้เลย..และตอนนี้ญาติผู้สูงอายุของฉันหลายคนก็เริ่มเข้าสู่วัยเจ็บไข้ได้ป่วย และร่วงโรยไปตามๆกัน..ยายฉันก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่ตอนนี้กำลังเจ็บป่วยและอยู่ในวาระที่ต้องต่อสู้กับสังขาร..ฉันได้รับข่าวนี้จากแม่เมื่อเช้านี้ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะยายอาศัยอยู่เชียงใหม่ ส่วนพวกเราลูกๆหลานๆอยู่ทางกรุงเทพฯกันหมด..และแม่ตั้งใจจะไปเยี่ยมยายทันทีในวันที่ได้รับทราบข่าว แต่ลูกทุกคนก็ไม่มีใครสามารถลางานไปส่งแม่ได้อย่างกระทันหันแบบนี้เลย แต่พวกเราก็ไม่อยากให้แม่ไปคนเดียวกลัวว่าจะอันตราย..ถึงแม้ว่าแม่จะยืนยันว่าตนเองไปได้ก็ตาม..แม่มีอายุเลยวัยเกษียณมากว่า2-3ปีแล้ว การเดินทางไกลคนเดียวอย่างนี้ คงไม่สะดวกแน่ๆ พวกเราจึงขอให้แม่รออีกซักวัน สองวันเมื่อฉันกับพี่สาว เคลียร์งาน และลางานได้แล้วพวกเราจะไปส่งท่านด้วยกัน แม่จึงต้องรอ..และแม่ก็รอไปบ่นไป..ทุ้กวัน..ด้วยความคิดถึงยาย…...
" โธ่เอ๊ย..ไปเป็นเพื่อนแม่หน่อยไม่ได้เหรอ..เอ็งคนเดียวที่ทำงานอิสระ..ไม่มีเจ้านาย..ไม่ต้องลาใคร..แม่อยากไปซักวันสองวันไปเครื่องบิน กลับเครื่องบินแป๊ปเดียวเองนะ..นะ " แม่ยังคงโทรมาตื้อฉัน ฉันเองนั้นก็อยากไปส่งแม่ใจจะขาด แต่ติดตรงที่มีงานต้องรับผิดชอบอยู่ไม่สามารถทิ้งไปตอนนี้ได้เลย " โธ่แม่ก็..หนูนะอยากไปส่งแม่จะแย่อยู่แล้วนะ เนี่ยะ แต่นี่งานมันยังค้างอยู่เลย..แล้วไอ้งานอิสระอย่างหนูนี่แหละตัวดีนัก มันดูเหมือนอิสระ แต่จริงๆแล้วเวลาทำงานก็ต้องรับผิดชอบเยอะมากกว่าคนอื่นเค้าซะอีกนะแม่..เกิดผิดพลาดมา..ลูกค้าก็ทำงานกับเราแค่งานเดียวเองซิ " ฉันพยามยามอธิบายให้แม่เข้าใจ.." เออ..เออ…เออ..ไม่ต้องมาพูดแล้ว..เข้าใจแล้ว..รอก็ได้ แล้วนี่อีกกี่วันจะเสร็จงานละเนี๊ยะ " เสียงแม่งอนๆถามถึงวันที่เค้าจะได้ไปเยี่ยมยายซะที่…. " อีกวัน-สองวันก็เสร็จแล้วจ๊ะ " ฉันบอกกำหนดการให้แม่ฟัง.." โห..อีกตั้ง 2 วันแน๊ะ งั้นแค่นี้นะ " น้ำเสียงแม่มีอาการงอนเต็มที่ และฉันเองก็เสียใจเหลือเกินที่ทำในสิ่งที่แม่ต้องการให้ไม่ได้ในตอนนี้……
ตรืด…ด…..ด….ด…เสียงโทรศัพท์ดังแทรก..ขึ้นทำลายความคิดฉัน " สวัสดีค่ะ " ฉันรับสายเมื่อมองเห็นว่าเป็นเบอร์ของเลขาลูกค้าที่ดีลล์งานกับฉันอยู่.." สวัสดีค่ะ..ดิฉันเชอรรี่โทรจากบริษัท ...... นะค่ะคือเชอรรี่จะโทรแจ้งข่าวเรื่องงานนะค่ะ..เอ่อ..เป็นข่าวไม่ค่อยดีนักนะค่ะ.." เลขาสาวทำเสียงอึกอัก..และเงียบไปซักพัก..ความเงียบของฝ่ายโน้นทำให้ฉันอึดอัดใจไม่แพ้กัน ( มีอะไรก็รีบบอกมาซิโว้ย! รอฟังอยู่.. ) อันนี้ฉันคิดในใจ " มีอะไรหรือค่ะ " ฉันเร่งเร้าอีกฝ่ายมากขึ้น" คือรี่จะบอกว่า..เอ่อ..งานที่คุยกันวันนี้..ทางเราต้องขอเลื่อนไปก่อนนะค่ะยังไม่ทำตอนนี้นะค่ะ เพราะเจ้านายรี่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์นะค่ะ..เมื่อซักครู่นี่เองหลังจากที่ประชุมกับเราเสร็จ ท่านก็ขับรถจะไปดูงานที่ชลบุรีต่อ.... " เสียงคุณเชอรรี่ค่อยๆแผ่วลงเป็นลำดับ คล้ายจะบ่งบอกว่าเธอเองก็ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เช่นกัน " แล้วท่านเป็นอย่างไรบ้างค่ะ " ฉันถามออกไป " ยังไม่ทราบในรายละเอียดแน่ชัดค่ะ แต่ข่าวว่าท่านอาการสาหัสค่ะ " " โอ้……พระเจ้าแย่จัง..ดิฉันเสียใจด้วยจริงๆนะค่ะ ส่วนเรื่องงานไม่ต้องห่วงค่ะ ไม่มีปัญหาเพราะดิฉันก็ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการเลยค่ะ " " ค่ะขอบคุณคุณปัทม์มากนะค่ะ รี่ต้องวางสายก่อนนะค่ะ ตอนนี้ที่ออฟฟิชยุ่งมากเลยค่ะ " " O.K ค่ะ..สวัสดีค่ะ "
ฉันวางสายอย่างงงๆ และไม่อยากเชื่อเลยว่าชายวัย 50 กว่าๆคนที่ฉันเห็นเมื่อเช้านี้จะประสบชะตากรรมที่รวดเร็วเช่นนี้ ฉันเห็นท่านยังเดินกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วว่องไวอยู่เลย แถมยังดูเป็นคนอารมณ์ดี คุยสนุก ท่านยังแอบแซวฉันเรื่องงานอยู่ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง ไม่น่าเชื่อจริงๆ ฉันคิดว่านี่ขนาดฉัน ซึ่งรู้จักกับท่านเพียงผิวเผินฉันยังรู้สึกใจหายขนาดนี้ แล้วลูก-เมีย พ่อ-แม่-ญาติพี่น้องเค้าจะรู้สึกยังไงกันบ้างน่ะ..ฉันได้แต่เห็นใจและปลงสังขารกับตัวเอง..เฮ้อไอ้ที่เค้าว่า " จงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง อย่าประมาท เพราะความตายไม่ได้อยู่ไกลจากเราเลย " คงเป็นอย่างนี้นี่เองหนอ..เฮ้อ..เซ้งเลย..แต่ เอ๊ะ!..เดี๋ยวนะ งั้นฉันก็ว่างแล้วซิเนี่ยะ……เย้..ว่างแว้ว……ว..ว…..
" ฮัลโหล…แม่สุดสวยจ๋า..เก็บเสื้อผ้าเลยนะ..เดี๋ยวลูกสาวสุดสวยจะไปรับ..ไปเยี่ยมยายกัน " ฉันกรอกเสียงไปตามสาย.." นี่อย่ามาล้อเล่นกับแม่กับเชื้อนะ "..เสียงแม่ยังแข็งอยู่..คงยังงอนไม่เลิก " หนูไม่ได้พูดเล่นนะจ๊ะ ลูกค้าหนูประสบอุบัติเหตุกระทันหันจ๊ะ เลยไม่ทำแล้วงานนี้ เลื่อนออกไปก่อน หนูเลยว่างเนี๊ยะ นี่ว่าไปเก็บเสื้อผ้าที่คอนโด แล้วเลยไปนอนกับแม่ที่บ้านเลยนะ พรุ่งนี้จะได้ไปกันแต่เช้า " ฉันรายงานยืดยาว " จริงเหรอ! ดีจังเลยงั้นรีบมาเร็วๆนะแม่จะเก็บของรอเลยนะ " เสียงแม่ยินดีมาก.. นี่ถ้ามีใครนั่งมองฉันอยู่นอกรถ คงจะคิดว่าฉันนี่บ้าแน่ๆ เดี๋ยวก็เศร้า..เดี๋ยวก็ตกใจ..เดี๋ยวก็หัวเราะ..เฮ้อ..ชีวิตคนเรานี่..วันๆหนึ่งช่างมีเรื่องมากระทบใจหลากหลายจริงๆเลยนะ..ช่างเถอะไปส่งแม่คราวนี้..ฉันถือโอกาสไปพักผ่อนไปในตัวด้วยเลยดีกว่า……..ฉันคิดและแอบลิงโลดใจ......