::Nothing No Nothing!::

posted on 12 Feb 2008 15:27 by butterflyheart  in Travel

 

 

::Me..Sea..&..No Nothing::

::ความแน่นอน..คือความไม่แน่นอน::

..ฉัน....ทะเลสีฟ้า….ท้องฟ้าสีคราม….และการสำรวจ….ใจตนเอง….พียงลำพัง..
          

      ในความตั้งใจเดิมนั้นฉันตั้งใจจะไปนอนเอกขเนกมองท้องฟ้าสดใส ปิดมือถือ และอ่านหนังสือเล่มใหม่ ที่หยิบติดมือมาจากชั้นหนังสือที่บ้าน ฉันขับรถหุนหันพลันแล่นออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงสายๆของวันอังคาร และคิดที่จะไปหาที่พักเอาดาบหน้า ฉันเข้าใจว่าในช่วงต้นปีอย่างนี้ คงไม่มีคนไปเที่ยวทะเลซักเท่าไหร่หรอก..สบายอยู่แล้วเรื่องที่พัก ฉันวางใจในการเดินทางคนเดียวครั้งนี้มาก..มากถึงขั้นไม่สังหรณ์ใจในเรื่องที่พักเลย อาจเป็นเพราะว่าปราณบุรีนั้นไกล้กรุงเทพฯใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นเอง ( ซึ่งขับแบบรถทัวร์หวาน-เย็นเลยนะค่ะเนี๊ยะ ) เบื่อก็แวะกินกาแฟ หิวก็หาของกิน อิ่มก็จอดเข้าห้องน้ำ ชิลล์ ชิลล์ ตลอดทาง…แต่แล้วใครจะรู้ว่า ในทะเลที่ห่างจากกรุงเทพเพียง 2 ชั่วโมงมันจะสามารถให้ความรู้สึกที่หลากหลายกับฉันได้ขนาดนี้ ทั้งลุ้น ทั้งกลัว ทั้งเสียดาย และเสียความตั้งใจ รวมทั้งทึ่ง ทั้งดีใจ ทั้งสงบและสดชื่นแบบสุดๆ....
       และบทเรียนที่ได้ในการเดินทางครั้งนี้ก็คือ " อย่าวัดความแน่นอน ด้วยระยะทาง " อืม..ม….ม…นั่นเป็นความจริงค่ะ….เพราะแม้จะไกล้กรุงเทพแค่ใหนก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเตรียมตัวสำหรับการออกสู่โลกกว้างน้อยลง….เพราะทุกอย่าง ไม่แน่นอนเสมอไปเช่นที่ดิฉันกำลังประสบอยู่นี่ละค่ะ….
      ก่อนไป ฉันเคยได้ยินเพื่อนพูดถึงความเงียบสงบของทะเลปราณบุรีแห่งนี้ ว่าเหมาะสำหรับเป็นสถานที่สำหรับการไปพักผ่อน และชารต์ไฟให้แก่ตนเองมาก เมื่อใจฉันแบตหมดคราวนี้ ฉันจึงเลือกมาที่นี่ และเลือกที่จะมาคนเดียว ฉันขับรถออกจากกรุงเทพฯประมาณ 8 โมงเช้า และคิดว่าไปถึงที่นั่นซักประมาณก่อนเที่ยง กำลังสวย หาอะไรอร่อยๆกิน แล้วค่อยเข้าไปหาที่พักแถวๆถนนเส้นเรียบชายหาด ...แล้วค่อยเล่นน้ำ.... สบาย……บ..รื๊..อ....อ....อ....อ........

.......ตัวบ้านหลังใหญ่..ชั้นล่างเป็นห้องอาหาร..ชั้นบนเป็นที่พักเจ้าของ.........

         แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นซิค่ะ… ฉันเดินทางไปถึงที่นั้นราวเที่ยงกว่าๆ ซึ่งเป็นเวลาที่ต้องหาอาหารใส่กระเพาะ ฉันจึงจัดการเรื่องอาหารการกิน แถวๆหน้าค่ายทหาร……ก่อนถึงสี่แยกปราณบุรี ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่หาดปราณบุรี..เมื่อจัดการกับกระเพาะตัวเองเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงขับรถลงไปถนนเส้นเรียบริมหาด เพื่อมองหาที่พัก ในการออกเที่ยวครั้งนี้ ฉันไม่ได้หาข้อมูลใดๆมาก่อนเลย และ ไม่ได้จองที่พักด้วยซ้ำ  ฉันคาดว่าจะขับตระเวนดูชอบใจที่ใหนก็จะพักที่นั่น แต่ปรากฎว่า 5 รีสอร์ทที่ฉันเข้าไปถามเมื่อมาถึงไม่มีที่ใหนว่างเลย เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และมีคนไทยปะปนบ้างเล็กน้อย ฉันยังคงไม่ลดละ ตระเวณหาที่พักที่มีมากราวกับดอกเห็ดบนถนนเส้นเรียบริมหาดต่อไป..แต่แทบทุกที่จะพูดเช่นเดียวกันหมดว่า “ ที่พักเต็มหมดแล้วค่ะ ”  “ ที่พักของเรา ต้องจองไว้ล่วงหน้านะค่ะ จากกรุงเทพฯ เราไม่รับลูกค้า Walk-in ค่ะ ” หรือ " เต็มค่ะ "  หรือ " มีจองไว้แล้วค่ะ คุณต้องมาถามใหม่ หลังบ่าย 2 โมงนะค่ะ ”  ฉันยังคงวนรถหาที่พักอยู่หลายรอบ ก่อนที่จะมานั่งฆ่าเวลาแห่งการรอที่ร้านกาแฟสดไกล้ๆหาดแถวนั้น….ป้าคนขายแกใจดีเหลีอเกิน เพราะหลังจากที่จดๆจ้องๆ ฉันอยู่นาน เมื่อเห็นฉันใช้เวลาที่ร้านของแกราวเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วกับกาแฟสด 2 ถ้วยและคลับแชนด์วิชอีก 1 จาน  แกจึงตัดสินใจเดินเข้ามาถาม ว่าฉันมีจุดประสงค์ใดในการมาที่นี่ ( ที่ปราณบุรีนี้ ) ฉันจึงเล่าให้แกฟังเรื่องรอเช็คอินเพื่อเข้าที่พัก ป้าจึงแนะนำให้ฉันลองขับรถไปดูที่เกาะนมสาว ซึ่งที่นั่นมีรีสอร์ทหนึ่งบรรยากาศสวยงามและเงียบสงบ และแขกมักไปไม่ถึง ( เพราะมันไกลจากที่นี่ ราว 10 กม. ) ฉันจึงไปตามที่ป้าบอก..และในระหว่างขับรถไป เมื่อใจสงบลง ฉันก็เริ่มนึกออก.....ใช่แล้ว...ฉันเคยมาถ่ายงานที่หาดนี้นี่หว่า ทำไมเพิ่งนึกออกหว้า!......

        เมื่อมาถึงเกาะนมสาว ฉันก็ได้พบกับอาคารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน สีขาวสะอาดตาที่เคยได้มาสัมผัสแล้วครั้งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า และ"  บราเซียร์ รีสอร์ท " หรือ " ยกทรงรีสอร์ท " ( ชื่อหลังนี้เรียกเอง ขำๆค่ะ ) ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ฉันเข้าไปติดต่อเพื่อขอเปิดห้องพัก บริเวณด้านหน้าของส่วนต้อนรับที่สงบเงียบช่วยให้ความหวังผุดโผล่ขึ้นในใจฉันเป็นอย่างดี.........

       ในช่วงที่นั่งรอเจ้าของรีสอร์ท ฉันก็แอบเดินสำรวจรอบๆบริเวณห้องรับแขกด้านหน้าของรีสอร์ทนี้ มันสวยงามราวกับทุกอย่างเป็นสิ่งที่ใช้อยู่จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ประดิษฐ์ประดอยเสียจนให้ความรู้สึกว่าเป็นรีสอร์ทเลย ฉันยังเกือบเผลอนึกไปว่าฉันกำลังรอพบเพื่อนสาว ที่หนีความวุ่นวายของสังคมเมือง และ ชีวิตรักออกมาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง…..ในเกาะส่วนตัว ห่างไกล ร้างลาจากผู้คน และฉันคือเพื่อนสาวอีกคนของเธอ ที่เจ็บปวด และ เหนื่อยล้าหัวใจในชีวิตเมือง หนีมาขอรักษาใจด้วยธรรมชาติ ที่สงบ และสวยงามนี้ด้วย มาขอนั่งอ่านหนังสือเงียบบนเปลริมทะเล มาขอกินอาหารค่ำ และ ขอนอนมองดูดาวเพื่อระบายความเจ็บเศร้าในหัวใจ และ รอรับการปลอบประโลมจากแสงดาวและเธอ แต่ไม่ทันที่ความฝันจะไปถึงใหน มันก็ต้องสะดุดหยุดลง เมื่อผู้จัดการรีสอร์ท ออกมาขอโทษ ขอโพย ว่าในขณะนี้ห้องพักทุกห้อง ( ซึ่งมีเพียง4-5ห้อง ) ถูกจองหมดแล้ว และ ไม่สามารถจะมีห้องเหลือให้ฉันพักได้เลย ( แม้ฉันจะแอบใช้เส้นบอกว่า เคยติดต่อกับเจ้าของ และเคยมาถ่ายภาพให้ที่นี่แล้วก็ตาม )  ความฝันของฉันจบลงเพียงเท่านั้น..ในระหว่างเดินทางกลับ ฉันคิดมาตลอดทางว่าไม่ควรประมาท กับสิ่งใดๆในโลกใบนี้ ถ้าไม่ต้องการจะทำให้หัวใจระทดระท้อเกินไปกับการคาดหวัง……ฉันคิดมาตลอดเส้นทางที่ขับรถเข้ากรุงเทพฯว่า ทุกอย่างช่างไม่แน่นอนเสมอไป….จงอย่าประมาทกับชีวิต และ การใช้ชีวิต.....
.....และก่อนเข้านอน ( ที่บ้าน )ในคืนนั้น...ฉันก็ท่อง..." ความแน่นอน..คือความไม่แน่นอน..." จนหลับไป...

      

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คุนพี่ขา นู๋เสี่ยงเซียมซีได้ไบที่30ของคุนพี่อ่าคร้า
555
confused smile
แปลว่าจะโชคดี ที่1 เล้ย..ย..ย..ย..ย..ย..คุณน้องขา......question

#2 By butterflyheart on 2008-02-12 22:56

^-^ อยากไปสัมผัสบราเซีย(รีสอร์ท) บ้างซะแล้วสิ
น่ารื่นรมย์มากเลย
อ่านเพลิน ภาพประกอบวงย คงต้องเข้ามาอ่านบ่อยๆแล้วล่ะ

#4 By max on 2008-02-14 14:56