posted on 08 Jul 2008 01:10 by butterflyheart in Life
::Thank for hi-technology: Marc Chagall::
::ขอบคุณเทคโนโลยี..ที่ทำให้โลกวันนี้..ใบเล็กนิ้ดส์เดียว::
ห่างหายไปนานกับการกลับมาอัพบล็อกในบ้านนี้ วันนี้ว่างเสียที ขอเริ่มที่งานศิลปะแล้วกันนะค่ะโดยปกติแล้ว ดิฉันมัก Search หาข้อมูลเรื่องราวต่างๆที่อยากรู้ผ่านทาง Google วันละหลายหน ส่วนมากก็เป็นเรื่องต่างๆที่ตนเองสนใจทั้งทางด้นการงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งมักจะได้รับความพึงพอใจในผลการค้นหาทุกครั้ง เคยคิดเล่นๆว่ามันช่างเป็นความมหัศจรรย์เหลือเกินนะคะ กับการที่ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆที่อยากรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรหรือไกลแค่ใหน ด้วยเพียงปลายนิ้วกระดิก ชีวิตมันมหัศจรรย์ขึ้นทุกวันจริงๆเลยค่ะ^_^
มาวันนี้ โลโก้ของ Google แปลกออกไปกว่าทุกวัน เพราะมันเป็นภาพงานศิลปะ ของ มาร์ค ชาร์กาล ( Marc Chagall ) ศิลปินชาวรัสเซียที่โด่งดัง ด้วยความสงสัยจึงจิ้มเมาทธ์เข้าไปที่โลโก้ดังกล่าว ได้เรื่องค่ะ ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปินและผลงานภาพวาด โผล่พรวดขึ้นมาเต็มจอ อ้อ! ที่แท้วันนี้ก็เป็นวันเกิดของ ศิลปินท่านนี้นี่เอง ซึ่งศิลปินคนนี้ เป็นศิลปินที่ดิฉันเองชื่นชอบผลงานของเค้ามาตั้งแต่ครั้งสมัยเรียนแล้ว ( แต่ไม่ยักรู้ว่าวันนี้ เป็นวันเกิดเค้าแฮะ -_-" ) จึงทำให้ฉันได้รู้ข้อมูลของศิลปินที่ตนเองชื่นชอบเพิ่มมากขึ้นไปอีก และอดไม่ได้ที่จะ นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ.....
มาร์ค ชากาล ( Marc Chagall ) เป็นจิตรกรชาวยิว-รัสเซีย เขาเกิดที่เมืองไวเทปสก์ (Vitebsk) เริ่มศึกษาศิลปะที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก(กรุงเลนินกราดปัจจุบัน) เมื่อปี ค.ศ. 1910 เดินทางมายังกรุงปารีสและได้เข้าร่วมในกลุ่มอาวองต์ การ์ด (Avant – gard ) คือ กลุ่มหัวก้าวหน้าของฝรั่งเศสในยุคนั้น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1914 จึงเดินทางกลับรุสเซีย และก่อตั้งโรงเรียนสอนศิลปะที่บ้านเกิดของเขาในปี ค.ศ. 1917โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ชั้นสูงทางวิจิตรศิลป์ที่เมืองนี้(การปฏิวัติใหญ่ของชนชั้นกรรมาชีพเมื่อเดือนตุลาคมสำเร็จเรียบร้อยแล้ว)แต่แล้วลักษณะส่วนตัวของชากาลกับหน้าที่นั้นไม่อาจไปด้วยกันได้ เพราะเขาเองเป็นคนมีความคิดชอบฝัน แต่ทางมีความต้องการในเรื่องความจริงทางสังคม ดังนั้นเขาจึงเดินทางเข้ากรุงมอสโก เพื่อทำงานศิลปะของตนเองต่อไป และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น จนกระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ( ค.ศ. 1887-1985 )

ชากาล มีผลงานทั้งภาพจิตรกรรมและการวาดเส้น และงานประดับกระจกสี ( Stainglass ) ผลงานของเขาเป็นงานก้ำกึ่งในลัทธิโฟวิสต์ กับคิวบิสม์ ที่แสดงถึงความอบอุ่น มองโลกในแง่ดี และมีลักษณะคล้ายๆภาพฝัน ซึ่งในขณะนั้นลัทธิคิวบิสต์เป็นลัทธิที่แพร่หลายมากในยุคนั้น แต่ศิลปินชาวรัสเซียเชื้อสายยิวผู้นี้ กลับแยกตัวออกจากขบวนการทางศิลปะใด ๆในช่วงเวลานั้น และมาสร้างสรรค์ผลงานในแนวทางของตนเอง ดดยไม่ใส่ใจต่อกระบวนการทางลักธิใดลักธิหนึ่งเป็นกฏเกณฑ์ ถึงแม้เขาเองจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของสกุลช่างศิลปะแห่งกรุงปารีสก็ตาม งานของเค้าจึงออกมาในลักษณะลูกผสมระหว่างทั้งสองลัทธิ จึงทำให้งานมีความโด่ดเด่นออกมาจาก ศิลปินคนอื่นๆในยุคนั้นมาก
ชากาลล์เป็นหนึ่งในจิตรกรที่เห็นถึงคุณค่าของผลงานทางภาพพิมพ์ถึงขั้นได้รับรางวัลจากการสร้างผลงานทางภาพพิมพ์ ความโดดเด่นของเขาคือการสร้างผลงานที่แสดงถึงนัยยะของงานและจินตนาการ ผลงานของชากาลมีแนวโน้มแสดงให้เห็นลักษณะพิเศษของชาวยิว เขาชอบสร้างงานจากนิทานชวนฝันที่งดงามของท้องถิ่นในรุสเซีย โดยมีการแสดงออกอย่างพิสดาร แต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่น การมองโลกในแง่ดี และมีลักษณะเป็นโลกแห่งความฝันและความบริสุทธิ์จากภายในใจ....
น่าทึ่งมั๊ยค่ะ กับเทคโนโลยี ที่นำพาความรู้ใหม่ๆ มาสู่เราได้อย่างง่ายดาย ( นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องสมุดของมหา'ลัย กว่าค่อนวัน นั่นแหละค่ะ ถึงจะหาข้อมูลได้ประมาณนี้ ^_^ ) แต่วันนี้ โลกใบเล็กลงแล้วค่ะ..ลอกดูนะค่ะ สังเกตุดูว่าวันใหน โลโก้ ของ Google เปลี่ยนไป คุณอาจไดรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกเรื่องก็ได้นะค่ะ..ความรู้ที่เสริฟถึงปากขนาดนี้..รับไว้เถอะค่ะ...
ขอบคุณข้อมูลจาก www.bkknight.com , www.comeon-book.com
posted on 31 May 2008 00:21 by butterflyheart in Life
::Hi!..my small world::
::สวัสดี..โลกใบเล็กใบนี้..ที่ฉันคิดถึง::
เลิกร้าง..ห่างหายจากการเขียนบล๊อกไปนาน...ด้วยความเปลี่ยนแปลงของชีวิต.....
ฉันต้องเปลี่ยนที่อยู่ฃั่วคราวค่ะ..ด้วยภาระของชีวิต....
ที่ใหม่..ไม่มีคอม ไม่มีโน๊ตบุค..ไม่มีโทรศัพท์บ้าน..ไม่มีอินเตอร์เน็ต...
แปลกๆในตอนแรก..เหงาๆ ..ในตอนต่อมา...
สุดท้ายก็จบลงด้วยความรู้สึก...สงบดีเหมือนกัน..กับชีวิตที่ไร้การสื่อสารใดๆ....
วันนี้กลับมาอยู่ที่เดิม ในห้องๆเดิม กับคอมตัวเดิม......วันแรก...
ยังไม่รู้จะเขียนอะไรลงบล้อกเลยค่ะ...
แต่..จะว่าไป..ในตอนที่ห่างหาย ไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อก...ก็รู้สึกได้เลยว่า..มันเหมือนกับกำลังกล่าวคำอำลาจาก โลกส่วนตัวใบเล็กๆใบหนึ่งไป พร้อมกับเพื่อนร่วมบล็อก ที่น่ารัก กลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งด้วย ใจหายเหมือนกันนะค่ะ.ไม่น่าเชื่อว่า..ความผูกพันธ์ในบล็อก จะเริ่มคลืบคลานเข้าสู่ใจของฉัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...อย่างไม่ทันได้ระวังตัว..และหัวใจ...สุดท้ายก็ดีใจเหลือเกินค่ะ ที่ได้กลับมาสู่โลกเล็กๆตรงนี้ของฉันอีกครั้งหนึ่ง...
ขอเวลาให้ฉันได้ปัดหยากไหย่ และ..สำรวจโลกใบเล็กใบเดิมใบนี้ก่อนนะค่ะ...ไว้คราวหน้า คงได้มาอัพ เรื่องราว รอบๆตัวเรื่องอื่นๆกันอีกต่อไป.....
ปล. แลเป็นทางการมากเลยนะค่ะ..กับการกลับมาเขียนบล็อกใหม่อีกครั้ง..วันนี้..อ่านข้อความข้างบน ก็เขิลล์ เหมือนกันแฮะ..^_^":
posted on 23 Apr 2008 23:53 by butterflyheart in Book
::The Reader::
::ฉันอ่านใจเธอ..ไม่ออกเลย::
สอง สามวันมานี้ พระพิรุณเล่นตลก ตกไม่เว้นแต่ละวันเลยค่ะ..แต่ก็ช่วยให้บรรยากาศเย็นสบายขึ้นอีกหลายขุม ลดดีกรีความร้อนของอุณหภูมิโลกไปได้เยอะ..ฝนโปรยสายแบบนี้..ฉันอ่านหนังสืออีกแล้วค่ะ...วันนี้ฉันหยิบ The Reader ขึ้นมาอ่าน อ่านแบบรวดเดียวจบเลยล่ะ ตามประสาคนไม่รู้จะทำอะไรดีหน่ะค่ะ......
เนื้อหาของวรรณกรรมเรื่องนี้ เป็นการเล่าเรื่องราวย้อนอดีตในช่วงวัยรุ่น ของชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเค้าเกิดเจ็บป่วยด้วยโรคตับอักเสบ จนต้องหยุดพักการเรียนเพื่อรักษาตัวอยู่กับบ้าน ไม่สามารถออกไปมีชีวิตสนุกสนานตามวัยเหมือนเพื่อนร่วมรุ่นได้ และความเจ็บป่วยดังกล่าวก็ชักนำหญิงสาวคนหนึ่ง ให้เข้ามาพัวพันกับชีวิตเค้า จนเกิดเป็นเรื่องราวประทับแน่น..ฝังตรึงอยู่ในความทรงจำของเค้า..ตราบเท่าชีวี.....
มิคาเอล แบร์ก ในวัย 15 ปีป่วยด้วยโรคตับอักเสบในขั้นรุนแรง เค้าอาเจียนระหว่างทางเดินกลับบ้านในวันหนึ่งของเดือนตุลาคม และในเวลานั้นเค้าได้รับความช่วยเหลือจาก ฮันนา ฟราว ชมิทช์ หญิงสาวเจ้าหน้าที่เก็บค่าโดยสารบนรถราง ผู้มีอายุแก่คราวแม่ของเค้า..เรื่องคงจบเพียงเท่านั้นหาก แบร์ก ไม่นำช่อดอกไม้ไปขอบคุณเธอถึงที่พักในวันต่อมา และได้เห็นเธอ ในภาพเย้ายวนชวนประทับใจ จนกลายเป็นความพิศวาสที่มีต่อกัน...
ฮันนา ฟราว ชมิทช์ เป็นหญิงสาวที่ไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน เธออ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้มาตลอดเวลากว่าครึ่งชีวิตที่เธอใช้มา เมื่อมาพบและใช้ชีวิตช่วงหนึ่งกับ มิคาเอล เธอมักจะร้องขอให้เค้าอ่านวรรณกรรมเรื่องต่างๆให้เธอฟังก่อนการมีสัมพันธ์สวาทกัน..และตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกัน เธอก็ไม่เคยแพร่งพรายเรื่องการอ่านหนังสือไม่ออกของเธอให้เค้าได้รับรู้เลย แล้ววันหนึ่งเมื่อแบร์กหายป่วยจนเป็นปกติดี และเริ่มกลับไปใช้ชีวิตปกติ ในสังคมตามเดิมแล้ว..ฮันนาก็เลือกที่จะทอดทิ้งความสัมพันธ์ครั้งนี้ และเดินจากแบร์กไป เพื่อให้เค้ากลับไปมีชีวิตที่เป็นปกติสุขแบบคนอื่นๆในวัยเดียวกันทั่วไป..และความลับของเธอก็จะยังคงเป็นความลับไปตลอดกาล..........
เหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับเค้า เมื่อทำให้เค้าต้องกลับไปพบเจอเธออีกครั้ง ในห้องพิจารณาคดีของศาล ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวกับค่ายกักกันเชลยศึกนาซี ในสงครามโลกครั้งที่สอง ในครั้งนี้แม้ฮันนาจะผิดจริงแต่เธอก็เพียงทำไปตามหน้าที่เท่านั้น และมีหลายคนที่ต้องรับหน้าที่ดังกล่าวร่วมกันกับเธอ แต่การสอบสวนที่ลามเลียไปจนถึงการพิสูจน์ลายมือ เป็นข้อแม้ให้ฮันนายอมรับความผิดทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว มิคาเอลเข้าใจถึงความลับข้อนี้ของเธอได้เป็นอย่างดี และแม้จะไม่เห็นด้วยที่ฮันนาเลือกที่จะแลกชีวิตทั้งชีวิตที่เหลือ กับการรักษาความลับไว้ แต่เค้าก็ปล่อยให้ฮันนา เป็นผู้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตนเอง โดยไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือช่วยเหลือ แม้เค้าจะสามารถทำได้ก็ตาม และเค้าก็ทำได้เพียงอ่านวรรณกรรม อัดลงม้วนเทปส่งไปให้เธอฟัง พร้อมรอวันที่เธอจะพ้นโทษออกมา เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน...
หากแต่วันนั้น กลับมาไม่ถึง เมื่อฮันนา ตัดสินใจผูกคอตายในเรือนจำก่อนวันที่เธอจะถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระเพียงสัปดาห์เดียว และทั้งๆที่ตลอดเวลาที่เธออยู่ในคุก เธอพยายามหัดอ่านเขียน จนสามารถอ่านออกเขียนได้ ในระดับหนึ่งแล้ว แต่เมื่อวันที่เธอจะได้พบกับอิสระ เธอกลับเลือกที่จะไปจากโลกใบนี้ อย่างเงียบสงบแทน......
บางครั้ง บางที บางชีวิตก็มีเหตุผลของตนเองที่เลือกทำ หลายๆครั้งฉันไม่เข้าใจการตัดสินใจของฮันนานัก แต่ในท้ายที่สุดฉันก็รู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิตเธอ...เธอคงต้องการที่จะเลือกมันด้วยใจของเธอเอง....
เบิร์นฮาร์ด ชลิงค์ เขียน
สมชัย วิพิศมากูล แปล
ฉบับภาษาไทยพิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2545